
![]() ไมชา และเอลิเชวา รอชเวอเจอร์ กำลังสร้างเรือนหอทั้งหลังด้วยมือและเท้าของตนเอง เรือนหอดังกล่าวเป็นบ้านดิน ได้จากการนำดินเหนียว ทราย ฟางข้าว และน้ำมาคลุกเคล้ากันจนเป็นเนื้อเดียว แล้วปั้น (ก่อ) ให้เป็นกำแพงที่แข็งแรง สวยงามไม่ซ้ำแบบใคร สุดแต่จินตนาการของผู้สร้าง ทั้งสองได้รู้จักกันในคราวที่มาเยี่ยมชม และเรียนรู้วิธีใช้ชีวิตตามปรัชญาพระพุทธศาสนา ซึ่งสอดคล้องกับวิถีธรรมชาติ ณ ศูนย์ฝึกสร้างบ้านดินแห่งหนึ่งในโอเรกอน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๑ และได้ช่วยกันผสมคลุกเคล้าดินที่จะนำมาทำเป็นบ้าน จากการที่ได้คลุกคลีกันนี่เอง จึงนำมาซึ่งความสนิทสนม และการตกลงปลงใจกันในที่สุด "วิถีชีวิตแบบธรรมชาติตรงกับที่ฉันฝันไว้มานาน ฉันหลงใหลชีวิตแบบนี้มาก" เอลิเชวากล่าว จากการที่หนุ่มสาวคู่นี้เคยช่วยผู้อื่นสร้างบ้านมาแล้ว ทั้งในโอเรกอนและบริติชโคลัมเบีย มาคราวนี้ คนเหล่านั้นก็ได้มาช่วยทั้งคู่สร้างเรือนหอที่เป็นกระท่อมดินหลังนี้ "บ้านดินเป็นสื่อกลางที่ทำให้ผู้คนได้มีโอกาสมาสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ร่วมกัน" เอลิเชวากล่าว นับตั้งแต่ได้เรียนรู้ศาสตร์และศิลป์ของการสร้างบ้านดินแล้ว ทั้งสองก็มั่นใจว่าบ้านดินมีความแข็งแรงกว่า และเป็นผลดีต่อสุขภาพกว่าบ้านแบบเดิม ๆ ซึ่งพวกเขาเรียกว่า "กล่องปิดกั้นจินตนาการ" บ้านดินราคาถูกกว่ามาก เพราะวัสดุที่ใช้มาจากธรรมชาติ และแทบไม่ต้องซื้อหา พวกเขาจ่ายเงินไปประมาณหนึ่งหมื่นบาท สำหรับบ้านดินขนาด ๒๐ ตารางวา เงินจำนวนนี้เป็นค่าไม้ที่นำมาทำเป็นพื้นชั้นสอง ส่วนประตู หน้าต่าง และส่วนอื่น ๆ ล้วนไม่ต้องเสียเงิน เพราะได้มาจากบ้านเก่าที่จะถูกรื้อถอน กว่าที่จะสร้างบ้านหลังนี้เสร็จ ก็ต้องใช้เวลานานหลายปี ไมชายอมรับว่าช้ามาก แต่ก็กล่าวว่า ถ้ามีคนมาช่วยมากขึ้น มีเครื่องช่วยคลุกเคล้าส่วนผสม (แทนมือและเท้าของพวกเขา) ด้วย และได้ทำอย่างต่อเนื่องแล้ว บ้านหลังนี้น่าจะเสร็จในปีเดียว แหล่งข้อมูล:http://www.buddhistnews.tv/current/cob-house-F.php แปลโดย : เสรี ลิขิตธีรเมธ |